| รายละเอียดวิทยานิพนธ์ | |
| ชื่อวิทยานิพนธ์ | การดูหมิ่นต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทาง INSULT OF A PERSON AT DISTANCE |
| ชื่อนิสิต | ชุติกาญจน์ ศรีณัฐกุล Not Available |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา | รศ.ดร. ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ |
| ชื่อสถาบัน | มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. บัณฑิตวิทยาลัย Dhurakij Pundit University. Bangkok (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา | วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. นิติศาสตร์ (นิติศาสตร์) Not Available |
| ปีที่จบการศึกษา | 2549 |
| บทคัดย่อ(ไทย) | มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ -- วิทยานิพนธ์ -- 2548 / มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ -- สาขาวิชานิติศาสตร์ --วิทยานิพนธ์ -- 2548 / หมิ่นประมาท -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ -- วิจัย / มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ --สาขาวิชานิติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย |
| บทคัดย่อ(English) | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงการกระทำความผิดฐานดูหมิ่นต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางเนื่องจากการกระทำความผิดฐานดูหมิ่นนั้นเป็นการกระทำความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393ซึ่งเกิดขึ้นได้โดยง่าย และในปัจจุบันได้มีการนำเครื่องมือสื่อสารชนิดต่างๆ มาใช้ในการกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นการดูหมิ่นผู้อื่น วิธีการวิจัยในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยศึกษาถึงความหมายของคำที่บัญญัติเอาไว้ในกฎหมาย แนวความคิดและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความผิดฐานดูหมิ่นเปรียบเทียบกับความผิดฐานหมิ่นประมาทตลอดจนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติขึ้นมา ศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของการบัญญัติความผิดฐานดูหมิ่นจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ และศึกษาการบังคับใช้กฎหมายอาญาในประเทศไทยจากเอกสารในปัจจุบันรวมถึงศึกษาแนวความคิดและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทในต่างประเทศเปรียบเทียบกับของประเทศไทย แล้ววิเคราะห์การบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 กับสภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและปัญหาจากการบังคับใช้กฎหมาย ผลการวิจัยพบว่า เมื่อได้วิเคราะห์ถึงแนวความคิด หลักเกณฑ์ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 แล้ว พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดจากความคลุมเครือไม่เหมาะสมของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะนำมาปรับใช้กับการกระทำการดูหมิ่นต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางแต่เป็นปัญหาของการตีความกฎหมายที่ตีความเคร่งครัด จนมิได้นึกถึงเจตนารมณ์อันแท้จริงของกฎหมายนอกจากปัญหาของการตีความกฎหมายแล้ว ยังมีปัญหาของความเห็นที่แตกต่างกันของนักกฎหมายในการพิจารณาถึงสิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครอง หรือคุณธรรมทางกฎหมายของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 นี้ ดังนั้น ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตีความกฎหมายตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์ของกฎหมายควบคู่ไปด้วยกัน และพิจารณาว่าสิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองหรือคุณธรรมทางกฎหมายของความผิดฐานดูหมิ่นตามมาตรา 393 แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้นคือ "เกียรติ" ทั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถนำกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้กับลักษณะของการกระทำความผิดที่แปรผันไปตามความเจริญของสังคมได้มากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย จึงควรตีความกฎหมายตามตัวอักษรและตามเจตนารมณ์ของกฎหมายควบคู่ไปด้วยกัน |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ | |
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ | |
| ISBN | |
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ | |
| คำสำคัญ | 192 P., 974-671-448-1 |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|

