รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ประเมินผลโครงการแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว จังหวัดนครนายก
EVALUATION RESEARCH ON FAMILY HEALTH LEADER PROJECT IN NAKHONNAYOK PROVINCE
ชื่อนิสิต ไสว โกเฮง
Sawai Koheang
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา นวรัตน์ สุวรรณผ่อง สส ม (การแพทย์) พบ ด (ประชากรและการพัฒนา) ฉวีวรรณ บุญสุยา พบ ม (สถิติประยุกต์ เกียรตินิยมดีมาก) M S P H (Bios) อรนุช ภาชื่น วท บ (เกียรตินิยม) M S Dr P H
Nawarat Suwannapong Ph D Chaweewon Boonshuyar M S P H (Bios) Oranut Pacheun Dr P H
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (บริหารสาธารณสุข)
Master. Science (Public Health Administration)
ปีที่จบการศึกษา 2544
บทคัดย่อ(ไทย) การดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัวของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว (กสค.) มีความสำคัญต่อการบรรลุสุขภาพดีถ้วนหน้าของประชาชนทุกคน การวิจัยนี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อประเมินผลโครงการแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว จังหวัดนครนายก โดยหาความ สัมพันธ์ระหว่างความรู้การดูแลสุขภาพตนเองขั้นพื้นฐาน การรับรู้ การสนับสนุนทางสังคม กับผลการปฏิบัติงานของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว เก็บรวบรวมข้อมูลจากแกนนำสุขภาพ ประจำครอบครัวทั้งสิ้น 520 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ในระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2544 ผลการวิจัย พบว่า แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว จังหวัดนครนายก 2 ใน 3 เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 41 ปี การศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 67.1 จำนวนสมาชิกในครอบครัว 4-5 คน ร้อยละ 55.4 ผลการปฏิบัติงานของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ในการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัวเบื้องต้นเมื่อเจ็บป่วย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง และพบว่า ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับต้องปรับปรุง การรับรู้ ของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวโดยรวมอยู่ในระดับดี ส่วนการสนับสนุนทางสังคมแก่แกนนำ สุขภาพประจำครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง ความรู้ไม่มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงาน ของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว แต่การรับรู้ของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการเป็น ตัวอย่างที่ดีด้านสุขภาพ การดูแลสมาชิกในครอบครัวด้านสุขภาพ และการร่วมกิจกรรมด้าน สาธารณสุข มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลการปฏิบัติงานของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) และการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีความสัมพันธ์เชิงบวก กับผลการปฏิบัติงานของแกนนำสุขภาพ ประจำครอบครัว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.001) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุ แบบขั้นตอน พบว่าการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และการรับรู้การร่วมกิจกรรมด้านสาธารณสุข มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผล สามารถร่วมกัน อธิบายความผันแปรของผลการปฏิบัติงานของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัวเบื้องต้นเมื่อเจ็บป่วย ได้ร้อยละ 36.2 ดังนั้นการที่แกนนำสุขภาพ ประจำครอบครัวได้รับการส่งเสริมสนับสนุน และการรับรู้การร่วมกิจกรรมด้านสาธารณสุข ทำให้เกิดการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพตนเองและสมาชิกในครอบครัวเมื่อเจ็บป่วยได้อย่าง เหมาะสม ฉะนั้นผู้บริหารควรกำหนดเป็นนโยบายพัฒนาที่สำคัญของจังหวัด ในการส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเองและสมาชิกในครอบครัว และเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติต้องประสานความร่วมมือกับ อบต. อสม. และสมาชิกในครอบครัว เพื่อสนับสนุน กิจกรรมความรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการ ปฐมพยาบาลแก่แกนนำสุขภาพประจำครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
บทคัดย่อ(English) Self-reliance or self-care of Family health leaders (FHLs) is important for health for all people. The purpose of this research is to evaluate the Family Health Leader Project in Nakhonnayok Province and to investigate the associations between knowledge about primary self-care, perception, social support and effect of implementation of FHLs. The data were collected from 520 FHLs by means of interviews between from 20 July 2001 and 20 August 2001. The data were analyzed using Pearsons product moment correlation coefficient and stepwise regression method. The Results showed that two-third of FHLs were female, with a mean age of 41 years and who had completed primary school (67.1%). They had 4 - 5 people per family (55.4%). The effect of implementation of FHLs and social support were at a moderate level. Knowledge about primary self-care was at a poor level, but perception of FHLs was at a good level. Moreover, the knowledge about primary self-care had no association with the effect of implementation of FHLs, but perception of FHLs about being a good sample in health aspect, taking care of family members and participation in public health activities, had a significant association with the effect of implementation of FHLs (p-value < 0.01). Social supports from the family, community, and the authority of public health had a significant association with the effect of implementation of FHLs (p-value < 0.001). With respect to the result of the stepwise regression analysis, social support from family, community, and authority of public health and perception of participation in public health activity could explain the effect of implementation of FHLs at 36.2 percent. Accordingly, the FHLs who received support and had a positive perception of public health activities should have self-care for themselves and members of family appropriately. Therefore, this research suggests that administrators should set an important policy for the province by supporting participation of FHLs in public health activity. The authority of public health should cooperate and coordinate with the Tambon Administrative Organizations, Village Health Volunteers and families by supporting activities on health promotion, prevention, primary care and first aid for FHLs continuously.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-04-1236-7
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 87 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ EVALUATION, SELF - CARE, FIRST AID, FAMILY HEALTH LEADER, ประเมินผล, แกนนำสุขภาพประจำครอบครัว, จังหวัดนครนายก
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.