รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การศึกษาเปรียบเทียบคุณสมบัติของทรายทำแบบหล่อจากแหล่ง ต่างๆ ในประเทศไทย
Comparative Properties of Molding Sand From Different Sources in Thailand
ชื่อนิสิต บรรเจิด แสงจันทร์
Banjerd Seangjun
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ ดร ปัญญา ศรีจันทร์ อ นุชธนา พูลทอง
Asst Prof Dr Panya Srichandr Nuchthana Pulthong
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย
King Mongkuts University of Technology Thonburi. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิศวกรรมศาสตร์ (เทคโนโลยีวัสดุ)
Master. Engineering (Materials Technology)
ปีที่จบการศึกษา 2541
บทคัดย่อ(ไทย) งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงคุณสมบัติของทรายซิลิก้า (SiO(,2)) จากแหล่งต่างๆ ในประเทศไทยที่มีปริมาณทรายซิลิก้า (SiO(,2)) อยู่ค่อนข้างมาก 5 แหล่งคือ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัด ตราด จังหวัดชุมพร จังหวัดสงขลา ซึ่งจะทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ องค์ประกอบทางเคมี ทดสอบคุณสมบัติของแบบหล่อ และอิทธิพลของ การผสมระหว่างทรายเก่ากับทรายใหม่ต่อคุณสมบัติของแบบหล่อ จากการวิจัยพบว่าทรายจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด มีปริมาณซิลิก้า (SiO(,2)) สูงที่สุดคือมี 99.2% รองลงมาคือ ทรายจังหวัดสงขลามีปริมาณซิลิก้า (SiO(,2)) 99% สำหรับทราย จังหวัดระยอง และจังหวัดตราดจะมีปริมาณซิลิก้า (SiO(,2)) 99.8% นอกจากนี้ทรายจังหวัดจันทบุรีเป็นทรายที่มีปริมาณ Fe(,2)O(,3) มากกว่าทรายแหล่งอื่นกล่าวคือมี 0.15% สำหรับทรายจังหวัดระยอง และสงขลา มี 0.07 และ 0.05 ตามลำดับ ทรายจังหวัดตราดและชุมพรมีปริมาณ Fe(,2)O(,3) ที่เท่ากันคือ 0.01% ปริมาณ Al(,2)O(,3) พบอยู่ในทราย จังหวัดสงขลามากกว่าทรายแหล่งอื่นคือมีอยู่ 0.3% ทรายจังหวัด ระยองมีอยู่ 0.2% และทรายสามแหล่งที่เหลือมีในปริมาณที่เท่ากัน คือ 0.1% สำหรับปริมาณ CaO และ MgO พบมากในทรายจังหวัด ระยองคือ 0.4% และ 0.08% ตามลำดับ และพบน้อยที่สุดในทราย จากจังหวัดชุมพรคือมี 0.20% และ 0.04% ตามลำดับ สำหรับ แหล่งที่เหลือพบในปริมาณเท่ากันคือ 0.3% และ 0.05% ตามลำดับ ขนาดและการกระจายตัวของทรายพบว่าทรายทุกแหล่งมีปริมาณ เม็ดทรายขนาด 0.150 mm มากที่สุดโดยทรายจังหวัดระยอง และทรายจังหวัดสงขลามีปริมาณเม็ดทรายที่มีขนาด 0.150 mm ในปริมาณมากที่สุดคือ 68% และ 69% ตามลำดับ ทรายจังหวัด จันทบุรีเป็นทรายที่มีปริมาณเม็ดทรายขนาด 0.150 mm น้อยที่สุดคือ 45% สำหรับทรายจังหวัดตราดและชุมพร มี 54% และ 56% ตามลำดับ ทรายจังหวัดระยองและจังหวัดสงขลามีการกระจาย ตัวที่ใกล้เคียงกัน มากที่สุด นอกจากนี้ทรายจังหวัดตราด และทรายจังหวัดชุมพรมีการ กระจายตัวที่ใกล้เคียงกัน รองลงมาแต่ต่างกันที่ทรายจังหวัดตราดมี ปริมาณของขนาดเม็ดทรายขนาด 0.355mm-0.5mm มากกว่า สำหรับ ทรายจังหวัดจันทบุรีเป็นทรายที่มีการกระจายตัวกว้างกว่าทรายแหล่งอื่น คือมีขนาดตั้งแต่ 0.106mm ถึง 0.710mm จากการทดสอบคุณสมบัติของแบบหล่อ พบว่าทรายทุกแหล่งให้ ค่าการต้านทานแรงอัดในสภาวะชื้น (Green Compressive Strength, GCS) สูงในช่วงปริมาณความชื้น 2-3% ซึ่งทรายจังหวัดจันทบุรีให้ค่า ที่สูงสุดคือ 116 kN/m(2) สูงกว่าทรายระยอง ตราด ชุมพร สงขลา ซึ่งให้ค่า 91.2 kN/m(2), 90.4 kN/m(2), 76 kN/m(2) และ 76.5 kN/m(2) ตามลำดับ สำหรับค่าความสามารถในการปล่อยซึม อากาศ (permeability) พบว่าทรายจังหวัดจันทบุรีและทรายจังหวัด ตราดให้ค่าที่สูงที่สุด ทรายจังหวัดชุมพรให้ค่าที่สูงรองลงไป สำหรับ ทรายจังหวัดระยองและทรายจังหวัดสงขลาให้ค่าที่ต่ำที่สุด ค่าการ ต้านทานแรงอัดขณะแห้ง (Dry Compressive Strength, DCS) พบว่าทรายจังหวัดสงขลาให้ค่าสูงสุดคือ 974.22 N/m(2) โดยสูง กว่าทรายจังหวัดจันทบุรี ชุมพร ระยอง ตราด ซึ่งให้ค่า 935.16 kN/m(2), 877.43 kN/m(2), 873 kN/m(2) และ 833.14 kN/m(2) ตามลำดับ แต่เมื่อปริมาณความชื้นมีค่าสูงขึ้นถึง 8% พบว่า ทรายจังหวัดชุมพรให้ค่า DCS สูงที่สุด ผลของการผสมทรายใหม่ลงไป ในทรายเก่า พบว่าค่า GCS ลดลง เมื่อใส่ปริมาณทรายใหม่มากขึ้น และพบว่าการเติมทรายใหม่ในปริมาณ 10% เป็นปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อเติมทรายจังหวัดจันทบุรีลงในทรายเก่า 10% ทำให้ค่า GCS เพิ่มขึ้นจากเดิม 16% สำหรับค่า permeability มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อใส่ปริมาณทรายใหม่มากขึ้น
บทคัดย่อ(English) This research project involves the study of properties of Silica (SiO2) sands from five different sources in Thailand, namely Rayong, Chantaburi, Trad, Chumporn, and Songkla. Physical properties, chemical compositions, molding properties were the investigated effects of mixing new silica sands with the reclaimed sands were also studied. The results showed that the sands from Chantaburi and Trad had the highest silica content, this being 99.2%. The sands from Songkla contained slightly lower silica content of 99%, and those from Rayong and Chumporn 98.8%. In the case of iron oxide (Fe203), the sands from Chumporn appeared to give the highest value (0.15%). The sands from Songkla and Rayong contained 0.07% and 0.05% Fe203 respectively. The sands from Trad and Chumporn had the lowest quantity of Fe203, this being 0.01%. For aluminum oxide content, it was found that Songkla sand had 0.3%, Rayong sand 0.2% and the sand from other sources 0.1%. For CaO and MgO contents, it was found that the highest quantity of the CaO and MgO contents was found from the sands from Rayong at 0.4% CaO and 0.08% MgO. The sands from Chumporn contained 0.2% CaO and 0.04% MgO, and sands from other sources had the same quantities of the contents, these being 0.3% CaO and 0.05% MgO. When considering sand size and distribution, it was found that largest percentage of the sands had the average particle size of around 0.150 mm. accounting for almost 70% (68 - 69%) for sands from Rayong and Songkla and around 54 - 56% for sands from Chumporn and Trad. The Chantaburi had the least amount of the sand at 0.150 mm particle size at 45%. The size distributions of sands from Chantaburi were the widest (0.106 - 0.710 mm) compared to those from other sources. The results of molding properties showed that all sands gave highest Green Compressive Strength (GCS) at a moisture content of 2-3%. Sand from Chantaburi gave the highest value of GCS at 116 kN/m(2), GCS values for sands from Rayong, Songkla, Trad and Chumporn were found to be 91.2 kN/m(2), 90.4 kN/m(2), 76 kN/m(2) and 76.5 kN/m(2), respectively. In the case of permeability properties, the values decreased in the order of Chantaburi, Trad, Chumporn, Rayong and Songkla. The Dry Compressive Strength (DCS) of the sands from Songkla gave the greatest value at 974.22 kN/m(2) compared to the others which were 935.16 kN/m(2), 877.43 kN/m(2), 873 kN/m(2) and 833.14 kN/m(2), for sands from Chantaburi, Chumporn, Rayong and Trad, respectively. However, when the moisture content of the sands was 8%, the greatest value of DCS was given by the sands from Chumporn. In case of reclaimed sands, it was found that the optimum concentration of used sand to be added to virgin sands was about 30% by weight. The addition of 10% of reclaimed sand to virgin sand from Chantaburi resulted in an increase in GCS value of 16%. The permeability properties were observed to increase with increasing the amount of reclaimed sand.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-624-348-9
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ molding sand, sources of sand, silica sand, sand testing, properties of molding sand, ทรายทำแบบหล่อ, แหล่งทราย, ทรายซิลิก้า, การทดสอบทราย, คุณสมบัติของทรายทำแบบหล่อ
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.